เงินเดือนเท่าไหร่ จึงจะต้องเสียภาษี

เป้าหมายในชีวิตของคนเราทุกคนไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายข้อหนึ่งที่เหมือนกันสำหรับมนุษย์พยายามในการทำงานอย่างหนักเพื่อความก้าวหน้าและได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องอย่าลืมว่าเงินเดือนที่สูงขึ้นย่อมมาพร้อมกับเงินเดือนคือความต้องการให้ได้มาซึ่งรายได้เป็นจำนวนมากเพื่อใช้ในการดำรงชีพหรือเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนให้กับตัวเอง หลายคนจึงใช้ความภาระภาษี (Tax) ที่สูงขึ้นตามด้วย เรื่องนี้มีรายละเอียดเป็นอย่างไร วันนี้ How Group Account จะมาเล่าให้ฟัง

 

เราเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าผู้ที่มีรายได้ทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับกรมสรรพากรเมื่อถึงรอบต้องเสียภาษี (Tax) ซึ่งบทบาทข้อนี้มีไว้ใช้สำหรับทุกคนโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนแม้ว่าจะมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีก็ตามแต่ยังคงมีหน้าที่ในการยื่นรายได้ต่อกรมสรรพากร ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับตัวเองเราควรทำความรู้ ความเข้าใจกับเกณฑ์ในการเสียภาษีและการหักค่าลดหย่อน ดังนี้

  1. ผู้ที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทไม่ต้องเสียภาษีแต่มีหน้าที่ต้องยื่นภาษี
  2. ผู้ที่มีรายได้สุทธิระหว่าง 150,001 – 5,000,001 บาทจะมีอัตราเสียภาษีเริ่มต้นที่ 5 – 35% โดยคิดภาษีขึ้นทีละ 5 % ตามระดับของรายได้สุทธิ เช่น ผู้ที่มีรายได้ 150,001 – 300,000 บาท อยู่ที่ 5% / รายได้ 300,001 – 500,000 บาท อยู่ที่ 10% เป็นต้น
  3. ค่าลดหย่อนคือสิทธิประโยชน์ที่ทำให้เราเสียภาษีน้อยลงประกอบด้วย
  • หมวดลดหย่อนตัวเอง เช่น คู่สมรส บิดามารดา ผู้พิการ
  • หมวดประกัน เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ
  • หมวดเพื่อการเกษียณ เช่น กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ
  • หมวดเงินบริจาค

จะเห็นได้ว่าที่กล่าวมาข้างต้นเป็นรายละเอียดในการยื่นภาษีส่วนบุคคลที่ลูกจ้างสมควรต้องรักษาผลประโยชน์ไว้ ส่วนบริษัทที่มีการ จดทะเบียนบริษัท หรือนิติบุคคลก็มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ด้านการเสียภาษีนิติบุคคลเช่นกัน ซึ่งการคำนวณเรื่องภาษีให้ลูกจ้างก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมาจากการบันทึกบัญชี (Accounting) ที่ถูกต้องเช่นกัน ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรนั้นต้องให้ How Group Account แจกแจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง ดังนั้นอย่าลืมติดต่อเรา

ช่องทางการติดต่อ

FB : How Group Accounts

LINE : @hgaccount

Website : https://www.hgaccount.com/