สิทธิลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง

สิทธิลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง

สิทธิลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง

ใกล้ถึงช่วงยื่นแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีทีไร บรรดามนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้จากงานอื่น ๆ ที่มีภาระต้องจ่ายภาษี ก็จะพยายามมองหาตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีกันอย่างเต็มที่ ซึ่งความจริงแล้วรัฐบาลได้ให้ตัวช่วยสำหรับการลดหย่อนภาษีไว้หลายด้านที่ผู้เสียภาษีควรจะต้องรู้ โดยสิทธิลดหย่อนภาษีนั้นได้แก่ 

  1. ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล จำนวน 60,000 บาท 
  2. ค่าลดหย่อนสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ จำนวน 60,000 บาท 
  3. ค่าลดหย่อนบุตร จำนวน 30,000 บาทต่อบุตร 1 คน โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร
  4. ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ไม่เกินปีละ 60,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขในข้อนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นสิทธิลดหย่อนเฉพาะในปีพ.ศ 2563 เท่านั้น
  5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาทั้งของตนเองและของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท มากที่สุดไม่เกิน 4 คน 
  6. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ ไม่เกิน 60,000 บาท 
  7. ประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
  8. ประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท โดยจะต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและซื้อจากบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยเท่านั้น
  9. ประกันสุขภาพ ไม่เกิน 25,000 บาทแต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  10. ประกันสุขภาพบิดามารดา สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท 
  11. ประกันบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมให้นำเบี้ยประกันบำนาญไปรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปที่ไม่ครบ 100,000 บาทก่อน จากนั้นให้นำส่วนที่เหลือไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนของประกันบำนาญคือ 15% ของเงินได้ที่เสียภาษีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท 
  12. เงินที่ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมหรือ Super Saving Fund (SSF) ที่เพิ่งเริ่มกองทุนในปีนี้โดยปรับรูปแบบมาจากกองทุน LTF โดยสามารลดหย่อนได้ 30% ของรายได้พึงประเมินแต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท  
  13. เงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษหรือ Super Saving Fund Extra (SSFX) ซึ่งเป็นกองทุนเงือนไขพิเศษที่มุ่งเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเพิ่มเติมวงเงินที่ได้สิทธิ์ลดหย่อนให้อีก 200,000 บาท จากเงื่อนไขของกองทุน SSF  
  14. เงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ Retirement Mutual Fund (RMF) โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้พึงประเมินแต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  15. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่เกินปีละ 10,000 บาท 
  16. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี
  17. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 100,000 บาท
  18. ซื้อบ้านหลังแรกในปี 2559 ไม่เกิน 20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์โดยสามารถนำมาลดหย่อนเฉลี่ยได้ 5 ปี
  19. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา, สนับสนุนการกีฬา, การพัฒนาสังคมและสนับสนุนสถานพยาบาลรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง 
  20. เงินบริจาคทั่วไป สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอย่างอื่นแล้ว
  21. การใช้จ่ายตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ อาทิ ช๊อปดีมีคืน ไม่เกิน 30,000 บาท เป็นต้น 

ดังนั้นผู้มีหน้าที่เสียภาษีก็ต้องเตรียมรวบรวมเอกสารหลักฐานค่าลดหย่อนเหล่านี้เพื่อเตรียมยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี แต่สำหรับผู้ที่มีเอกสารเหล่านี้เป็นจำนวนมากหรือมีสิทธิลดหย่อนครบทุกรายการ ต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแสดงภาษี ก็สามารถปรึกษากับบริษัทที่ให้บริการ รับทำบัญชี ( Accounting) ซึ่งมีบริการช่วยจัดเตรียมรายการยื่นแสดงภาษี (Tax)ให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์โดยไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการเอง ซึ่งถือว่าสะดวกมากสำหรับการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี 

 HOW GROUP ACCOUNT สามารถช่วยจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับบัญชีบริษัทแทนคุณได้ หากต้องการใช้บริการหรือคำปรึกษาด้านภาษีและบัญชีสามารถติดต่อได้จากช่องทางต่อไปนี้

ช่องทางการติดต่อ

FB : How Group Accounts

LINE : @hgaccount

Website : https://www.hgaccount.com/